วิธีใช้คู่มือนี้ให้ได้ผล
อย่าเริ่มจาก Automation ใหญ่ ให้เริ่มจากงานหนึ่งชิ้นที่ตรวจสอบผลลัพธ์ได้
แนวทางที่ปลอดภัยและเรียนรู้เร็วที่สุดคือ ทำครั้งเดียว → ตรวจผล → ปรับคำสั่ง → บันทึกเป็น Skill → ทดสอบอีกครั้ง → ค่อยสร้าง Routine เพราะ Grok Bot สามารถลงมือทำจริงในเว็บไซต์ แอป ไฟล์ และระบบที่เชื่อมต่อได้ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบข้อความเท่านั้น
Grok Bot คืออะไร
จาก AI ผู้ช่วยตอบคำถาม → AI teammate ที่รับผิดชอบงานได้ต่อเนื่อง
Grok Bot คือระบบ AI Agent ที่ให้คุณสร้าง “Bots” ซึ่งมีชื่อ งานประจำ บริบทการทำงาน และสามารถใช้คอมพิวเตอร์บนคลาวด์ที่มี Browser, Filesystem และ Terminal เพื่อทำงานข้ามเว็บไซต์และแอปได้ งานสามารถดำเนินต่อแม้คุณปิดแล็ปท็อปหรือโทรศัพท์
จุดเปลี่ยนสำคัญคือคุณไม่จำเป็นต้องบอกทุกคลิกเหมือนเขียน workflow แบบดั้งเดิม แต่สามารถบอก ผลลัพธ์ที่ต้องการ + แหล่งข้อมูล + ขอบเขต + สิ่งส่งมอบ + จุดที่ต้องขออนุมัติ แล้วให้ Bot วางขั้นตอนและลงมือเอง
Use Case ตัวอย่าง
- ผู้ช่วยผู้บริหาร: สรุปอีเมล ปฏิทิน Slack และรายการตัดสินใจ
- Marketing Analyst: ดึงข้อมูล วิเคราะห์แคมเปญ และเตรียมรายงานประจำสัปดาห์
- Sales Researcher: Research บัญชีลูกค้าและทำ Outreach Draft
- Procurement Bot: ตรวจสัญญา การใช้งาน และรายการต่ออายุเพื่อหาความสูญเปล่า
- Operations Bot: ทำงานหลังบ้านหลายเว็บตามกระบวนการที่กำหนด
แยกให้ออก: Grok, Grok Build และ Grok Bot
เลือกเครื่องมือให้ตรงกับประเภทงานก่อนเริ่ม
เตรียมบัญชี ติดตั้ง และเริ่มใช้งานครั้งแรก
รองรับ macOS, Windows, Linux, iOS และ Android ตามเอกสารปัจจุบัน
สิ่งที่ต้องมี
- แผนที่รองรับ: แผน Cursor แบบชำระเงิน/Teams หรือบัญชี SuperGrok ที่รองรับและลิงก์เข้ากับบัญชี Cursor
- Desktop: macOS, Windows หรือ Linux; Mobile: iOS/iPadOS และ Android ตามข้อกำหนดเวอร์ชันของแอป
- Grok Bot ต้องใช้ Cloud Data Storage; บัญชีที่ตั้งค่า Privacy แบบเก่าบางประเภทอาจต้องปรับก่อนใช้งาน
ขั้นตอน Desktop
เลือกตัวติดตั้งให้ตรงกับระบบและสถาปัตยกรรมเครื่อง
แอปใช้บัญชี Cursor สำหรับ authentication; หากสิทธิ์มาจาก SuperGrok ให้ทำขั้นตอน Link บัญชีตามหน้าจอ
ระบบจะแนะนำ Bots, shared computer และ routines พร้อมถามว่าคุณใช้เครื่องมืออะไรบ้าง
เลือก teammate ที่แนะนำหรือ Create your own
เข้าใจ Mental Model ของ Grok Bot
ห้าองค์ประกอบหลัก: Bots, Chats, Prompts, Tools, Artifacts
สร้าง Bot ตัวแรกให้ “มีงานชัด”
Bot ที่ดีควรมี Ownership ไม่ใช่เป็น General Helper
สร้าง Bot ใหม่ผ่าน New → Create new Bot แล้วกำหนด Name, Job และ Description โดยงานที่ดีควรมีเป้าหมาย เครื่องมือ รูปแบบการทำงาน ขอบเขตการอนุมัติ และรอบการทำงานที่ชัด
ชื่อ Bot: Marketing Performance Analyst หน้าที่หลัก: รับผิดชอบการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการตลาดรายสัปดาห์จากแหล่งข้อมูลที่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ต้องทำ: - ตรวจข้อมูลแคมเปญและยอดขาย - แยก Fact ออกจาก Analysis - หา Funnel Leak และความผิดปกติ - สรุป 5 ประเด็นที่ต้องรู้ + 3 Action ที่เสนอ หลักฐาน: ใส่ source link / ชื่อไฟล์ / วันที่ของข้อมูลทุกครั้ง ขอบเขต: ห้ามแก้งบ ห้าม Pause/Publish Campaign และห้ามส่งข้อความหาใครโดยไม่ได้รับ Approval Output: รายงานสั้น อ่านจบใน 5 นาที พร้อมหัวข้อ “Decisions needed” ตอนท้าย
ประโยชน์ของการแยก Bot ตามบทบาท
- บริบทสะสมมีคุณภาพกว่า
- ขอบเขตสิทธิ์และ Approval เข้าใจง่าย
- แยก Routine ได้เป็นเจ้าของงานชัดเจน
- ง่ายต่อการสร้างทีม Bot หลายบทบาทภายหลัง
เทคนิคสั่งงานให้ Bot ทำ “จบจริง”
ใช้โครงสร้าง O‑S‑C‑D‑R แทนการสั่งแบบกว้าง ๆ
| องค์ประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Outcome | เส้นชัย | “ทำรายงานสรุปผลแคมเปญสัปดาห์นี้” |
| Sources | แหล่งข้อมูล | “ใช้ Ads dashboard + Sales sheet เท่านั้น” |
| Constraints | ข้อห้าม/ขอบเขต | “ห้ามแก้ Campaign” |
| Deliverable | สิ่งส่งมอบ | “สรุป 1 หน้า + CSV รายการผิดปกติ” |
| Review Point | จุดหยุดขอคนตัดสินใจ | “หยุดก่อนส่งอีเมลหรือแก้งบ” |
Outcome: วิเคราะห์สาเหตุที่ยอดขายออนไลน์ลดลงใน 7 วันที่ผ่านมา Sources: ใช้เฉพาะ dashboard ยอดขาย, ข้อมูลโฆษณา และไฟล์ inventory ที่ฉันให้สิทธิ์ Constraints: - ห้ามเปลี่ยนงบหรือแก้ campaign - ห้ามสรุปสิ่งที่ไม่มีหลักฐาน - ถ้าข้อมูลไม่พอ ให้ระบุ “ยังยืนยันไม่ได้” Deliverable: 1) Facts 2) Analysis 3) Hypotheses 4) Evidence/source 5) 3 Action ที่ควรทดลอง Review Point: หยุดก่อนการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในระบบจริง แล้วขอ Approval จากฉัน
Cloud Computer, Preview และ Takeover
Bot มีคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แต่บางขั้นตอนควรให้มนุษย์รับช่วง
Grok Bot ใช้ Cloud Computer ที่คงอยู่ต่อเนื่อง มี Browser, Filesystem และ Terminal คุณสามารถดูสถานะ เปิด Preview ของหน้าจอ หรือ Takeover เพื่อควบคุมเต็มหน้าจอเมื่อจำเป็น
ควร Takeover เมื่อใด
- ใส่ Password, Passkey หรือ 2FA
- แก้ CAPTCHA
- ยืนยัน Payment หรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
- ต้องตรวจหน้าจอจริงก่อนการกระทำที่มีผลสูง
Execution on Local Computer
การเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณเองเป็นอีกความสามารถหนึ่ง แยกจาก Cloud Computer และค่าเริ่มต้นตามเอกสารคือให้ Ask every time คุณสามารถเลือก Always allow หรือ Never allow ตามความเสี่ยงและนโยบายองค์กร
Connectors, Plugins และ Marketplace
เชื่อมข้อมูลและการกระทำจากเครื่องมือที่คุณใช้อยู่จริง
Grok Bot ใช้ Plugins/Connectors เพื่อทำงานกับระบบภายนอกได้สะดวกกว่า Computer Use ในหลายกรณี ส่วน Grok ecosystem มี built‑in/catalog connectors เช่น Google, Microsoft, GitHub, Notion, Salesforce และบริการอื่น ๆ โดยรายการที่เปิดใช้ได้อาจต่างกันตามบัญชีและนโยบายทีม
หลักเลือกวิธีเข้าถึงระบบ
ใช้ X connector ที่ฉันอนุญาตเพื่อค้นหาโพสต์และแนวโน้มเกี่ยวกับ [หัวข้อ] ช่วงเวลา: 7 วันที่ผ่านมา ขอบเขต: - แยกโพสต์ต้นทางออกจากความคิดเห็นของผู้ใช้ - ห้ามสรุปจำนวน/สถิติที่ตรวจไม่ได้ - เก็บลิงก์โพสต์หลักเป็นหลักฐาน Output: 1) 5 narrative หลัก 2) ประเด็นที่กำลังเร่งตัว 3) ความเห็นที่ขัดแย้งกัน 4) ตัวอย่างโพสต์ต้นทาง 5) สิ่งที่ยังยืนยันไม่ได้
ทำงานกับ Files และ Artifacts อย่างมืออาชีพ
ผลลัพธ์ที่ดีต้อง “ตรวจได้ แก้ได้ ส่งต่อได้”
Grok Bot รองรับไฟล์หลายชนิด เช่น PDF, Word, Excel, PowerPoint, CSV, JSON, code, images, audio และ video คุณควรบอกว่าแต่ละไฟล์คืออะไร ใช้เป็น source แบบไหน และห้ามแก้ไฟล์ต้นฉบับหรือไม่
ไฟล์ PDF = นโยบายฉบับที่อนุมัติแล้ว ไฟล์ Spreadsheet = รายการธุรกรรมเดือนนี้ งาน: ตรวจรายการใน Spreadsheet เทียบกับนโยบายใน PDF ทุก exception ให้ระบุ: - รายการ - กฎ/หัวข้อจากนโยบาย - เหตุผลที่ผิดเงื่อนไข - ระดับความเสี่ยง - สิ่งที่ต้องให้คนตรวจต่อ ส่งออก: 1) Spreadsheet ใหม่ที่เพิ่มคอลัมน์ผลตรวจ 2) สรุปผู้บริหารไม่เกิน 10 bullet 3) ห้ามแก้ไฟล์ต้นฉบับ
Evidence ที่ควรขอเสมอในงานสำคัญ
- Source links
- ชื่อไฟล์/เวอร์ชัน
- วันที่และ Timezone ของข้อมูล
- Screenshot เมื่อจำเป็น
- Action log สั้น ๆ
- สิ่งที่ Bot ตรวจสอบไม่ได้
/workspace ร่วมกันได้ จึงควรตั้งชื่อโฟลเดอร์/ไฟล์ให้สื่อความหมายและลบไฟล์อ่อนไหวเมื่อจบงานSkills — เปลี่ยนงานที่ทำได้ดีให้เป็นวิธีทำซ้ำ
Skill คือ “How to do the job” ไม่ใช่ตารางเวลา
เมื่อคุณและ Bot ทำงานหนึ่งกระบวนการจนผลลัพธ์นิ่ง ให้บันทึกเป็น Skill ซึ่งควรมีเงื่อนไขการใช้ Input/Access ขั้นตอน การตรวจคุณภาพ Output และ Approval boundary
บันทึกกระบวนการที่เราเพิ่งใช้เป็น Skill ชื่อ “Weekly Marketing Health” Skill ต้องระบุ: 1) ใช้เมื่อใด 2) ต้องใช้ข้อมูล/สิทธิ์อะไร 3) ขั้นตอนการทำงาน 4) วิธีตรวจว่าข้อมูลสดและครบ 5) วิธีแยก Fact / Analysis / Recommendation 6) Output format 7) Failure handling เมื่อข้อมูลหาย 8) ทุกการเปลี่ยนงบ การ Pause/Publish หรือการส่งข้อความภายนอก ต้องขอ Approval เสมอ
Teach a task
หากฟีเจอร์นี้เปิดให้บัญชีของคุณใช้ คุณสามารถสาธิต Browser workflow ให้ Bot ดูหนึ่งรอบ แล้วให้ระบบสร้าง Skill draft จากการสาธิต จากนั้นต้องตรวจ decision rules, failure handling และ approval boundaries เพิ่มเองก่อนใช้งานจริง
Routines และ Automation
Routine คือ “เมื่อใดให้ Bot รัน Workflow”
Routine ผูก Workflow เข้ากับ Bot หนึ่งตัว แล้วกำหนดให้ทำตามเวลา หรือในบางระบบเริ่มจาก Event ได้ เช่น Slack/GitHub integration เมื่อรองรับ งาน background สามารถทำต่อแม้แล็ปท็อปปิด
ทุกวันทำงาน เวลา 08:00 ตาม Timezone ของฉัน ให้รัน Skill “Daily Marketing Brief” Input: - ข้อมูลแคมเปญล่าสุด - ยอดขายล่าสุด - Inbox/lead summary ที่อนุญาต Output: - 5 สิ่งที่เปลี่ยนจากเมื่อวาน - 3 ความเสี่ยง - 3 โอกาส - Decisions needed กฎ: - ห้ามเปลี่ยนงบ/แคมเปญ - ห้ามส่งข้อความออกนอกระบบ - ถ้าข้อมูล source ใดไม่พร้อม ให้รายงาน failure และห้ามแทนด้วยข้อมูลเก่าโดยไม่บอก
ก่อนเปิด Routine จริง
- ใช้ Test run กับข้อมูลปลอดภัย
- ตรวจว่าส่งผลตาม format
- กำหนด no‑data/stale‑data policy
- ป้องกันการรันซ้ำที่สร้างผลกระทบซ้ำ
- กำหนด Approval ให้ชัดสำหรับ Send / Publish / Purchase / Delete / Production changes
Multi‑Bot, Group Chat และการส่งต่องาน
เพิ่ม Bot เมื่อมี Specialist role ที่เสถียร ไม่ใช่เพิ่มเพราะอยากมีหลายตัว
Bots สามารถทำงานขนานกัน ส่งข้อความหากัน แชร์ไฟล์ และร่วมกันใน Group Chat ได้ วิธีที่เหมาะคือเริ่มจาก Bot เดียวที่เป็นเจ้าของ end‑to‑end outcome ก่อน แล้วค่อยแยก specialist เมื่อความรับผิดชอบเริ่มชัด
@Researcher รวบรวมข่าวและหลักฐานต้นทางเรื่อง [หัวข้อ] ใน 7 วันที่ผ่านมา @Analyst ใช้เฉพาะหลักฐานจาก Researcher เพื่อหา pattern และประเด็นที่มีนัยสำคัญ @Writer สร้างบทสรุปภาษาไทยแบบผู้บริหารอ่าน 5 นาที กฎร่วม: - ทุก Fact ต้องมี source - ห้ามเติมตัวเลขที่หาแหล่งไม่ได้ - หาก Bots เห็นต่าง ให้แสดงความเห็นต่างแทนการบังคับให้สรุปเหมือนกัน - ไม่มี Bot ใดส่งผลลัพธ์ภายนอกโดยไม่ได้รับ Approval
Settings ที่ควรรู้ก่อนใช้จริง
เปิด Settings จาก Account menu หรือ Cmd/Ctrl + ,
| หมวด | สิ่งสำคัญ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|---|
| Appearance | Follow System / Light / Dark | ปรับประสบการณ์ใช้งาน |
| Timezone | Timezone ที่ Routines ใช้ | สำคัญมากสำหรับงานตามเวลา |
| Execution on Local Computer | Ask every time / Always / Never | ควบคุมการแตะเครื่องจริง |
| Auto‑review | Ask first / Allow automatically rules | กำหนดจุด Approval |
| Computer | Route egress ผ่าน Desktop (เมื่อมี) | เข้าถึงเครือข่ายที่เครื่องคุณเข้าถึงได้ |
| Usage & Billing | Included / on‑demand usage | ติดตามการใช้สิทธิ์ |
| Updates | อัปเดตแอปและ Cloud Computer แยกกัน | รักษาเวอร์ชันล่าสุด |
| Bot settings | Name, Label, Description, Avatar, Notifications | ตั้งค่าราย Bot |
Approval, Security และ Privacy
ความสามารถแบบ Agentic ต้องมาพร้อม Least Privilege และ Human Approval
งานที่ควรกำหนด Approval อย่างชัดเจน
คุณสามารถ: - อ่านข้อมูล - วิเคราะห์ - สร้าง Draft - เตรียมรายการเปลี่ยนแปลง คุณต้องขอ Approval ก่อน: - เปลี่ยนงบ - Pause/Enable Campaign - Publish Creative - เปลี่ยน Targeting - ส่งข้อความหา Agency/ลูกค้า ทุก Approval request ต้องแสดง: 1) Current state 2) Proposed change 3) เหตุผล 4) Expected impact 5) Risk 6) วิธี rollback ถ้ามี
หลัก Least Privilege
- เชื่อมเฉพาะเครื่องมือที่ Workflow ต้องใช้
- เริ่มด้วย Read‑only และ Draft
- ใช้ scoped account เมื่อระบบรองรับ
- ทบทวน Plugins และ Routines ที่ active เป็นระยะ
- Logout / revoke access / ลบไฟล์ชั่วคราวเมื่อจบงาน
- อย่าใช้ Bot คนละตัวเป็น security boundary
Mobile, Notifications และการทำงานนอกโต๊ะ
มือถือใช้ Bot ชุดเดียวกันกับ Desktop และงานยังรันบนคลาวด์ได้
แอปมือถือใช้ Bots, Conversations, Routines, Connectors และ Cloud Computer ชุดเดียวกับ Desktop คุณสามารถเริ่มงาน ตอบคำถาม อนุมัติขั้นตอน และตรวจผลจากมือถือได้
Notification ที่มีประโยชน์
- Bot ทำงานเสร็จ
- Bot ต้องการคำตอบ
- Bot ขอ Approval / Handoff
- Routine ทำงานแล้วมีผลลัพธ์หรือปัญหา
Use Cases ใช้งานจริง
เริ่มจาก Read & Prepare แล้วค่อยเพิ่ม Action เมื่อระบบไว้ใจได้
16.1 Marketing Performance Bot
ประโยชน์ ลดเวลารวมข้อมูลจากหลายระบบ และทำรายงานแบบมีหลักฐาน
ทุกเช้าวันจันทร์ วิเคราะห์ performance 7 วันที่ผ่านมาเทียบ 4 สัปดาห์ก่อนหน้า หา campaign ที่ CTR, CVR, CPA, ROAS หรือ Frequency เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ เชื่อมกับยอดขายจริง ส่งกลับเป็น Executive Brief + Funnel Leak + 5 Priorities ห้ามเปลี่ยน Campaign หรือ Budget
16.2 Consumer / Social Research Bot
ประโยชน์ ติดตาม narrative และแยก evidence ออกจาก interpretation
ติดตาม [แบรนด์/หมวดสินค้า] จาก X และแหล่งเว็บที่อนุญาต รวบรวมประเด็นที่เกิดซ้ำ, คำพูดผู้บริโภค, pain point และ emerging trend จัดเป็น Evidence → Behavior → Pattern → Insight → Opportunity เก็บ source links และห้ามเดาตัวเลข sentiment ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
16.3 Sales Prospecting Bot
ประโยชน์ Research ลูกค้าและเตรียม Outreach ได้เร็วขึ้น โดยมนุษย์ตรวจข้อความก่อนส่ง
วิจัย 25 accounts จาก CRM view นี้ ให้คะแนนเทียบ ICP และ signal ล่าสุด หา contact ที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 3 คนต่อ account สร้าง outreach draft แบบ personalized ข้าม account ที่อยู่ใน active sequence ส่งมาเป็น review list เท่านั้น ห้ามส่งจริง
16.4 Procurement / Cost Optimization Bot
ประโยชน์ ตรวจ renewal, unused seats, recurring spend และเงื่อนไขสัญญาที่คนอาจมองข้าม
ตรวจ vendor spend, contract, renewal date และ usage data หา: - unused / underused subscriptions - renewal ที่ใกล้ถึงกำหนด - quantity ที่ไม่สอดคล้อง usage - contract term ที่ควรเจรจาใหม่ สรุป potential saving พร้อมหลักฐาน ห้ามยกเลิกบริการหรือเจรจากับ vendor โดยไม่ได้รับ Approval
16.5 Chief of Staff Bot
ประโยชน์ ลดข้อมูลล้นจาก Inbox/Calendar/Chat เหลือสิ่งที่ต้องตัดสินใจ
ทบทวน activity ตั้งแต่เมื่อวานจากช่องทางที่อนุญาต เลือกเฉพาะเรื่องที่เชื่อมกับ Priority ในเอกสารนี้ แต่ละข้อให้ระบุ: - Source - What changed - Why it matters - Proposed next step - Decision I owe ห้ามส่งข้อความหรือแก้ Calendar
16.6 Content Operations Bot
ประโยชน์ เปลี่ยน Research → Outline → Draft → QA แบบเป็นระบบ
ทุกสัปดาห์รวบรวม 10 หัวข้อที่กำลังเกิดขึ้นใน [อุตสาหกรรม] คัด 3 เรื่องที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ทำ source pack → outline → draft บทความ แยก Fact / Analysis / Opinion หยุดที่ Draft และรอ Approval ก่อน Publish
Troubleshooting ที่พบบ่อย
แก้จากจุดที่เบาที่สุดก่อน Reset
Bot ติดหน้า Login
- เปิด Agent Computer
- Takeover
- Sign in/2FA/CAPTCHA เอง
- ยืนยันว่าหน้าหลัง Login โหลดแล้ว
- คืน control และบอก Bot ให้ทำต่อจากหน้าปัจจุบัน
Plugin ต่อไม่ได้
- Marketplace → Your plugins
- ตรวจว่า Installed จริง
- เปิดหน้ารายละเอียดและ Authenticate ใหม่
- ตรวจ Account ที่ใช้ OAuth
- หากองค์กรควบคุม Connector ให้ตรวจ Admin policy
ไฟล์อ่านไม่ได้
ตรวจชนิดไฟล์ ขนาดไฟล์ การเข้ารหัส/Password protection และจำนวนไฟล์แนบในครั้งเดียว หากจำเป็นให้แบ่งไฟล์หรือ Export เป็น format มาตรฐาน
Routine ผลไม่เหมือนเดิม
ตรวจ Source format ที่เปลี่ยน, connector session, timezone, skill instruction, stale-data rule และทดสอบ Test run ใหม่ก่อนเปิดทำงานต่อเนื่อง
แผนเริ่มใช้ Grok Bot ภายใน 7 วัน
เป้าหมายคือจบสัปดาห์ด้วย 1 Bot + 1 Skill + 1 Routine ที่ไว้ใจได้
ตรวจ Timezone, Local Execution, Approval และเลือกงาน Read‑only แรก
เขียน Job Description และทำงานกับไฟล์/ข้อมูลจริงหนึ่งงาน
เพิ่ม Connector/Plugin ที่จำเป็นที่สุด แล้วทดสอบ Read + Draft
ใช้ O‑S‑C‑D‑R และบังคับ Evidence + Failure handling
บันทึกกระบวนการที่ทำซ้ำได้และทดสอบกับ input ชุดที่สอง
ตั้งเวลาใน scope ปลอดภัยและใช้ Test run
ตรวจเวลา/คุณภาพ/ข้อผิดพลาด/สิทธิ์ แล้วตัดสินใจว่าจะเพิ่ม Action หรือเพิ่ม Specialist Bot หรือไม่
แหล่งอ้างอิงทางการและจุดที่ควรตรวจซ้ำ
ฟีเจอร์ Agent เปลี่ยนเร็ว ควรตรวจเอกสารปัจจุบันก่อนเปิดสิทธิ์สำคัญ
- Grok Bot — Overview
- Get Started
- Create and Manage Bots
- Message and Collaborate
- Files and Results
- Skills and Routines
- Settings and Notifications
- Approvals, Security and Privacy
- Grok Bot for Mobile
- Use Cases
- Troubleshooting
- Introducing Grok Bot
- Designing Grok Bot for Persistent Agents
- Grok Bot + X Integration